บทความกฎหมายน่ารู้: การจ้างเหมาบริการ มีลักษณะอย่างไร ?

บทความกฎหมายน่ารู้: การจ้างเหมาบริการ มีลักษณะอย่างไร ?

 

การจ้างเหมาบริการของส่วนราชการในปัจจุบัน เป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี ที่มีมาตรการการปรับขนาดกำลังคนภาครัฐ และให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการภาครัฐมากขึ้น ซึ่งลักษณะงานที่จ้างเอกชนดำเนินงานจะมีลักษณะจ้างเฉพาะโครงการ หรือเฉพาะครั้งคราวที่มีความจำเป็นเพื่อเสริมการปฏิบัติงานในหน้าที่ปกติของส่วนราชการนั้น โดยให้ทำสัญญาจ้างหรือข้อตกลงจ้างตามระยะเวลาที่ปฏิบัติงานจริง อาจเป็นสัญญาหรือข้อตกลงการจ้างเต็มปีงบประมาณหรือไม่เต็มปีงบประมาณก็ได้ กรณีที่มีความจำเป็นต้องจ้างเอกชนดำเนินงาน ได้แก่ กรณีไม่มีตำแหน่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานซึ่งเป็นงานใหม่หรือโครงการใหม่ หรือกรณีมีตำแหน่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน แต่ไม่สามารถปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนดเนื่องจากปริมาณงานมาก หรือกรณีมีตำแหน่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานแต่ต่อมาตำแหน่งนั้นว่างลงหรือถูกยุบเลิกตำแหน่ง

โดยที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้มีหนังสือเวียนเกี่ยวกับการจ้างเอกชนดำเนินงานหลายฉบับ เพื่อให้ ส่วนราชการได้ดำเนินการให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐ กลุ่มงานนิติการ สำนักอำนวยการ จึงได้รวบรวมความรู้เกี่ยวกับการจ้างเอกชนดำเนินงาน หรือการจ้างเหมาบริการ/ จ้างปฏิบัติงานในโครงการ โดยรวบรวมจากหนังสือเวียนของกระทรวงการคลังต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บุคลากรของสถาบันได้ศึกษาและทำความเข้าใจ รายละเอียดดังนี้

ลักษณะการจ้าง

  • การจ้างเหมาบริการ/ จ้างปฏิบัติงานในโครงการ มีลักษณะเป็นการจ้างทำของ ใช้วิธีการจัดหาตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ถือเป็นการจ้างลูกจ้าง และไม่ถือเป็นการจ้างแรงงานที่สถาบันซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างกับเอกชนซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะมีนิติสัมพันธ์ในฐานะ “นายจ้างกับลูกจ้าง” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
  • การจ้างเหมาบริการ/ จ้างปฏิบัติงานในโครงการ มีลักษณะมุ่งผลสำเร็จของงานที่ว่าจ้างภายในระยะเวลาที่กำหนดตามสัญญาหรือข้อตกลงการจ้างเป็นสำคัญ มีวัตถุประสงค์ให้ผู้รับจ้างทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้แก่ผู้ว่าจ้างจนสำเร็จ และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแก่งานที่ทำนั้น โดยพิจารณาจากเนื้องาน
  • การกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงานตามสัญญาหรือข้อตกลงการจ้าง อาจกำหนดเต็มปี งบประมาณหรือไม่เต็มปีงบประมาณก็ได้ ซึ่งการกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงานจะต้องสัมพันธ์กับเนื้องานที่ประสงค์จะจ้าง (แต่จะทำสัญญาหรือข้อตกลงได้ไม่เกินรอบปีงบประมาณนั้น ๆ) และมิให้ทำสัญญาหรือข้อตกลงการจ้างในลักษณะต่อเนื่อง กล่าวคือ ภายหลังจากสัญญาหรือข้อตกลงการจ้างนั้นสิ้นสุดลง จะต้องดำเนินกระบวนการจัดหาใหม่ ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากผลปรากฏว่าผู้รับจ้างรายเดิมได้รับการคัดเลือก ก็ชอบที่จะดำเนินการทำสัญญาหรือข้อตกลงการจ้างกับผู้รับจ้างรายดังกล่าวต่อไปได้
  • ผู้ว่าจ้างไม่มีอำนาจควบคุมบังคับบัญชาหรือสั่งการในการทำงาน แต่ผู้ว่าจ้างมีเพียงอำนาจในการ ตรวจตรางาน และสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขเมื่องานผิดพลาดบกพร่อง การปฏิบัติงานอาจใช้วิธีบันทึกเวลาการมาทำงานว่ามาทำงานตามที่ตกลงไว้ก็ได้

ค่าจ้าง

    • การจ่ายค่าจ้างไม่จำต้องจ่ายตามวุฒิการศึกษา แต่พิจารณาจากความรู้และประสบการณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะงานที่แท้จริงหรืออัตราตลาด (คือ อัตราจ้างปกติทั่วไปที่เป็นที่ยอมรับว่าเหมาะสมกับการจ้างงานนั้น โดยให้คำนึงถึงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วย)

ทั้งนี้ การจ่ายค่าจ้างตามสัญญาหรือข้อตกลงการจ้าง จะจ่ายได้ต่อเมื่อได้มีการตรวจรับงานจ้างโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว

สวัสดิการและสิทธิประโยชน์

  • เนื่องจากผู้รับจ้างเหมาบริการมีฐานะเป็นผู้รับจ้างทำของตามสัญญาหรือข้อตกลงการจ้าง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงไม่มีสถานภาพเป็นเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง รวมถึงผู้ปฏิบัติงานอื่นๆ ของสถาบัน ตามนัยมาตรา 35 แห่ง พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่จะมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ ที่พึงได้รับจากสถาบัน เป็นเพียงผู้รับจ้างทำของจึงไม่มีนิติสัมพันธ์กับผู้ว่าจ้างในฐานะนายจ้างกับลูกจ้าง ตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน ผู้ว่าจ้างจึงไม่อยู่ ในบังคับที่จะต้องนำส่งเงินสมทบในส่วนของผู้ว่าจ้างเข้ากองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน อย่างไรก็ดี หากผู้รับจ้าง ประสงค์ที่จะได้รับประโยชน์ของผู้ประกันตนก็สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนได้ตามกฎหมายดังกล่าว

ความรับผิด

  • ผู้รับจ้างเหมาบริการไม่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 และไม่อยู่ภายใต้การดำเนินการทางวินัยของสถาบัน แต่ผู้รับจ้างต้องรับผิดตามที่ระบุไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง การจ้าง

ความแตกต่างระหว่าง “เจ้าหน้าที่สถาบัน” กับ “จ้างเหมาบริการ”

ลำดับ ประเด็น เจ้าหน้าที่สถาบัน จ้างเหมาบริการ
1 นิติสัมพันธ์กับสถาบัน
  • เป็นเจ้าหน้าที่สถาบันตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2548
  • เป็นผู้รับจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ทำงานตามที่ระบุไว้สัญญาหรือข้อตกลงการจ้าง
2 การสรรหาว่าจ้าง
  • ดำเนินการตามข้อบังคับคณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ว่าด้วยการพัฒนาและบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  • ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
3 ระยะเวลาการจ้าง
  • มากกว่า 1 ปีงบประมาณ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการปฏิบัติงาน ตามข้อบังคับคณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ว่าด้วยการพัฒนาและบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  • ไม่เกิน 1 ปีงบประมาณ
4 งบประมาณที่ใช้จ้าง
  • งบบุคลากร
  • งบดำเนินงาน
5 พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ และการดำเนินการทางวินัย
  • อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ และการดำเนินการทางวินัยของสถาบัน
  • ไม่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ และการดำเนินการทางวินัยของสถาบัน
  • ไผู้รับจ้างต้องรับผิดตามที่ระบุไว้ในสัญญาหรือข้อตกลงจ้าง
6 สวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูล
  • ได้รับสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูลตามระเบียบคณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ว่าด้วยสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูลอื่นสำหรับเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  • ไม่มีสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูล
7 การตรวจรับพัสดุ
  • ไม่มีการตรวจรับพัสดุ
  • มีการตรวจรับพัสดุทุกเดือนโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
 
เขียน / เรียบเรียงเรื่องโดย:
กลุ่มงานนิติการ สำนักอำนวยการ
แหล่งที่มา / เอกสารอ้างอิง:

มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ก.พ.64 และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 41
หนังสือเวียนกระทรวงการคลัง ที่ กค0526.5/ว 131 ลงวันที่ 28 ธ.ค.41, ที่ กค 0409.6/ว 86 ลงวันที่ 17 ก.พ.48, ที่ กค 0406.4/ว 67 ลงวันที่ 14 ก.ค.53 และที่ กค 0406.4/ว 337 ลงวันที่ 17 ก.ย.53


ข้อมูลนี้เป็นที่น่าพึงพอใจหรือเป็นประโยชน์สำหรับท่านหรือไม่